การทำ SEO

ทำ SEO ภาคปฏิบัติ ตอน Link Wheel

ท่านที่เริ่มศึกษาเกี่ยวกับการ ทำ SEO นั้น ถ้าได้อ่าน blog นี้ก็สามารถเรียนรู้ไปด้วยกันได้เลย วัตถุประสงค์ของการเขียนนั้นก็เพื่อเอาทฤษฏีที่ค้นคว้ามาลองปฏิบัติจริงดูซิว่าผลมันจะเป็นยังไง

วันนี้ขอเอาทฤษฏี Link Wheel มาลองทำจริงเพื่อพิสูจน์ว่ามันได้ผลหรือเปล่า ผมเลยใช้เว็บบริษัทเป็นหนูทดลองซะเลย

เครื่องมือสำหรับผมในการทดลองนี้มีแค่นี้ครับ

เว็บไซต์ที่มี Page Rank สูงที่พอหาได้เอามาทำ link wheel ถ้าท่านทดลองทำตามผลไม่จำเป็นต้องเป็นเว้บที่มี Page Rank สูงก็ได้นะครับของเพียงให้มี Domain Class C ที่ต่างกันก็พอ เรื่อง Domain Class C นี้ผมจะกล่าวถึงใน blog ต่อจากนี้ครับว่ามันคืออะไร แต่หลายท่านที่ศึกษา SEO มาบ้างคงพอรู้แล้ว ผมขอข้ามไปก่อนเพื่อความรวดเร็ว

เริ่มกันเลย

สิ่งที่ทำในการ ทำ SEO สำหรับการทดลองนี้ผมใช้ 3 วิธีนี้

1. On page Factor

ปรับเว็บไซต์ของเราให้เป็นไปตามหลักการออกแบบเว็บมาตรฐานซึ่ง Search engine ทุกค่ายชื่อชอบคือ

- ใส่ Title โดยคำที่ผมใส่คือ “บริษัทรับทำเว็บไซต์ บริษัทออกแบบเว็บไซต์ พัฒนาระบบ ออกแบบ website โปรโมท ทำ SEO ราคาถูก | by Bizidea Co.,Ltd.”

- ใส่ Meta Tag Keyword ที่ใส่คือ “บริษัทรับทำเว็บไซต์, บริษัทออกแบบเว็บไซต์, พัฒนาระบบ, ออกแบบ website, โปรโมท, ทำ SEO ราคาถูก, รับทำเว็บไซต์, รับทำเว็บ, จัดทำเว็บไซต์, จัดทำเว็บ, รับออกแบบเว็บ,ออกแบบเว็บ,จดโดเมน,พื้นที่เว็บ,โปรโมทเว็บ,ถูกที่สุด,เว็บไซต์ราคาถูก,SEO ราคาถูก,design webdesign, web application, web development, webhosting, host, hosting, web design bangkok” เยอะซักหน่อยนะครับ แต่ว่าทั้งหมดเป็น buying keyword ในบริการของเรา

- ใส่ Meta Description ที่ใส่คือ “บริษัทรับทำเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ รับทําเว็บไซต์ราคาถูก ออกแบบเว็บ พัฒนาระบบ ออกแบบ website รับออกแบบเว็บ โปรโมทเว็บไซต์ จดโดเมน พื้นที่เว็บโฮสติ้ง ราคาถูก ถูกที่สุด domain design webdesign web application web development webhosting host hosting SEO web design bangkok”

2.ใส่เนื้อหาในเว้บให้ตรงกับ keyword ที่เรากำลังโปรโมท ผมใส่รายละเอียดที่หน้าแรกแบบนี้ครับ

บริษัทรับทำเว็บไซต์ บริษัทออกแบบเว็บไซต์ พัฒนาระบบ ออกแบบ website โปรโมท ทำ SEO ราคาถูก

บริษัท บิสไอเดีย จำกัด เป็นบริษัทให้บริการ รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ พัฒนาระบบ ระบบอีคอมเมิร์ส ครบวงจร พัฒนาระบบงานเฉพาะทาง ให้บริการ การตลาดออนไลน์ การตลาด 360 องศา การตลาดด้วยสังคมออนไลน์ Social network marketing และ ผลิตสื่อโฆณาประชาสัมพันธ์ออนไลน์

Design and Develop บริการ ออกแบบ ทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ และ พัฒนาระบบ

บริษัท รับทำเว็บไซต์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร ส่งเสริมการขายสินค้า เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์ ระบบอีคอมเมิร์ส เว็บไซต์หน่วยงานราชการ และ พัฒนาระบบ เขียนโปรแกรม WEB Development WEB Application บริการ Template joomla, Template web, เว็บไซต์ e-commerce

Online Marketing บริการ โปรโมทเว็บ โปรโมทเว็บไซต์ เว็บโปรโมท ทำ SEO และ รับทำ SEO ราคาถูก การตลาดออนไลน์ Social Network Marketing

บริษัท ให้บริการ โปรโมทเว็บ หรือ โปรโมทเว็บไซต์ ของท่านด้วยบริการ เว็บโปรโมท ทั้งนี้ยัง รับทำ SEO ราคาถูก ให้เว็บไซต์ท่านอยู่บนหน้าแรก Google.com เพิ่มโอกาสในการขาย ให้คำปรึกษา การตลาดออนไลน์ แบบครบวงจร การตลาดด้วย Social Network Marketing แบบครบวงจร

Digital Advertising บริการ ระบบ Digital Signage ดึงดูดทุกสายตาด้วยภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง LED Display คมชัดทั้งกลางแจ้งและในที่มืดด้วยการแสดงผลแบบ LED Full Color

บริการ ระบบ Digital Signage การโฆษณาด้วยสื่อประชาสัมพันธ์แบบใหม่ ดึงดูดทุกสายตาด้วยภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง แสดงผลได้ทั้งกลางแจ้งและในที่มืดปรับเปลี่ยนข้อมูลรวดเร็วผ่านอินเตอร์เน็ต LED Display คมชัดทั้งกลางแจ้งและในที่มืดด้วยการแสดงผลแบบ LED Full Color

keyword เป้าหมายคือ “รับทำเว็บไซต์”  ส่วน keyword รองที่จะได้รับอนิสงค์จากการทำครั้งนี้มีหลายคำครับ ดังนี้

ทีนี้เราก็ได้หน้าเว็บไซต์ที่รองรับการ ทำ SEO แล้วครับ

2.Link Wheel

ผมทดลองด้วยทฤษฏี link wheel ขั้นพื้นฐานก่อนโดยใช้ link wheel แบบวงล้อ

แต่ว่ามันพิเศษตรงที่เว็บที่ผมเอามาทำนั้นมี PR ที่ถือว่าสูงตามรูป

ด้วย link wheel วงนี้มีความคาดหมายว่า keyword ที่เอามาปั่นจะต้องติดอันดับอย่างรวดเร็ว เพราะป๋าดัน Page Rank สูงซะขนาดนี้ ถ้าไม่ติดนั้นถือว่ามีอะไรผิดปกติ

ต้องค่ีอยๆ ปรับแต่งให้เข้าที่

3.การสร้าง Backlink

วิธีนี้มีคนกล่าวไว้เยอะครับ อาศัยความขยัน แต่เทคนิคที่สำคัญในการทำ backlink คือ Domain Class C ต้องไม่เหมือนกันเพราะ Search Engine จะได้มองว่ามีคนกล่าวถึงเราจากหลายๆ ที่ ไม่ใช่ว่าเราทำหลอกขึ้นมา

หลังจากนั้นก็แค่รอดูผลลัพธ์และปรับแต่งให้ดีที่สุด แล้วผมจะมารายงานความคืบหน้าว่าอันดับดีขึ้นหรือไม่ ไว้รอดูผลงานครับ ณ ตอนที่เริ่มทำค้นหาใน Google ยังไม่เจอเลยครับ

ปัจจัย 50 อย่างสำหรับทำ SEO

1. คำหลักในชื่อของหน้า
2. คำหลักในหัวของหน้า (h1, h2, h3 ฯลฯ)
3. คำหลักในชื่อโดเมน
4. คำหลักในชื่อไฟล์ของหน้าเว็บที่รูปภาพหรือเนื้อหาอื่นๆที่เครื่องมือค้นหา อันดับปัจจัย
5. คำหลักเป็นตัวหนา, และหนังสือแบบตัวเอียงขีดเส้นใต้ข้อความ
6. คำหลักในข้อความ ALT สำหรับรูปภาพ
7. คำหลักในข้อความที่แตกต่างกันสี / ขนาด
8. ความหลากหลายของคำหลักในหน้า (เช่น: กิน, ate, บริโภค, กินอาหารที่รับประทานฯลฯ)
9. ความหนาแน่นของคำหลักในหน้าเว็บ
10. ลักษณะของคำหลักในครึ่งบนของหน้า
11. คำหลักในคำอธิบาย meta tag
12. คำค้นหาในคำหลักmeta tag
13. เอกลักษณ์ของชื่อคำอธิบายและคำหลักกับหน้าอื่นๆของเว็บไซต์
14. อายุของโดเมน
15. อายุของหน้า
16. TLD ของโดเมน (โดเมนจะอยู่ในอันดับที่ดีกว่าโดเมน google.co.in )
17. โฮสต์ที่ตั้ง
18. อันดับของหน้าของเว็บไซต์
19. คุณภาพของเนื้อหา (เขียนข้อมูลคุณภาพดี, ข้อมูลไม่ซ้ำ) เครื่องมือค้นหาอันดับตรวจสอบ list.png
20. จำนวนBacklink
21. คุณภาพ (ค่าPR) ของBacklink
22. ควรใส่ Anchor ข้อความ
23. ควรใส่keywordให้กับlink(ถ้ามี)
24. อายุของลิงก์
25. The link will appear on your return. (Top of the page below the page).
26. ลิงค์ในเนื้อหาควรคั่นด้วยข้อความเฉพาะ [เช่น "," หรือ "|"]
27. จำนวนรวมลิงก์ในหน้าเว็บที่เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของคุณ
28. ธีมของการเชื่อมโยงเพจนั้นเหมือนกับที่เชื่อมโยงหรือไม่
29. ความเกี่ยวข้องของคำหลักกับเรื่องหลักโดยรวมของเว็บไซต์.
30. เวลาในการโหลดเว็บไซต์ (เวลาในการตอบสนองและขนาดของเพจ)
31. ประโยชน์ของเซิร์ฟเวอร์ (พวกที่บอกserver 99.99% uptime)
32. ลิงก์ขาออก (เว็บที่เชื่อมโยง เกี่ยวข้องกันหรือไม่)
33. จำนวนหน้าในไซต์
34. การเข้าถึงเว็บไซต์ (เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว)
35. ลิงก์ไปยังหน้าเว็บภายใน (อันดับใน Google จะดีขึ้นถ้าเป็นข้อมูลที่ต้องการ)
36. มีกี่คนที่กลับเข้ามาชมเว็บไซต์หลังจากการค้นหาด้วย keyword นั้นๆ
37. จำนวนLinkภายในเว็บไซต์ (ไม่เกิน 100)
38. จำนวนภายนอกลิงก์ในหน้าเว็บของท่าน (ควรมีให้น้อยที่สุด)
39. Backlink ที่มาจาก. Gov,. Edu ลิงค์
40. ใช้ “-” ยัติภังค์ (และไม่ “_” ขีดเส้นใต้) ในไฟล์ของคุณ
41. เว็บไซต์มีการอัพเดทบ่อยแค่ไหน
42. เนื้อหาซ้ำกับเว็บอื่นหรือไม่ (ผลเชิงลบ)
43. การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ
44. คำค้นหาต่างๆในหน้าเว็บที่เพิ่มประสิทธิภาพ
45. ความเร็วใหม่ที่ลิงค์สร้างขึ้นสำหรับไซต์. มันสอดคล้องกว่าระยะยาว?
46. ได้Backlinkจาก DMOZ และ Yahoo ไดเรกทอรีจะให้ความเชื่อถือกว่า
47. หลีกเลี่ยงการsession identifiers (SID)
48. ลบหน้าเว็บ (ลิงค์ที่ใช้งานไม่ได้)
49. HTML ที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร
50. ประวัติความเป็นมาของโดเมน (มันทำอะไรไม่ดีในอดีตหรือไม่)
51. กล่าวโดยสรุปคือ ให้ความสำคัญกับ seo ประมาณ 5% ที่เหลือคือทำเว็บให้คนดูเข้าใจ ดังและบอกต่อ

ที่มา http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,149008.0.html

….เด็กบ้านนอก

การให้แต้มและการตัดแต้ม สำหรับ SEO

สวัสดีค่ะ พอดีว่าไปอ่านเจอข้อมูลดีๆ สำหรับเพื่อนๆผู้รักกาีรทำ SEO เลยนำมาฝากกันค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้แต้มและการตัดแต้ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO ให้ติดอันดับค่ะ เพื่อนๆสามารถนำไปประยุกต์ใช้กันได้เต็มที่เลยนะค่ะ เพราะเทคนิคนี้เขา เจ๋ง! จริงๆค่ะ

ตำแหน่ง kyewords คำอธิบาย จำนวนแต้ม
Keywords ใน <title> tag จุดสำคัญที่สุดจุดหนึ่งที่จะใส่ Keywords ของเราคือ Keywords ใน <title> tag เพราะ Keyword จะถูกโชว์ใน search results ในฐานะ page title ตัว title tag ควรจะสั้นๆ (6 or 7 คำสูงสุด) และ Keyword ควรจะอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นประโยค +3
Keywords ใน URL Keywords ใน URLs ช่วยได้ เช่น. - http://domainname.com/seo-services.html, จะเห็นว่า “SEO services” เป็น keyword phrase ที่เราพยายามจะเน้น แต่ถ้าในเอกสารของคุณไม่มี Keyword คำนี้อยู่ การใส่ Keywords ใน URL ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก +3
ความหนาแน่นของ Keyword  ในเว็บ ความหนาแน่นของคีย์เวิร์ดที่ดีควรจะ check ให้อยู่ราวๆ 3-7 % สำหรับ Keyword หลัก, 1-2% สำหรับคีย์อวิร์ดรอง. แต่ถ้าความหนาแน่น ของ Keyword นั้นมากกว่า 10% จะดูเยอะเกินและเหมือนกับยัดคีย์เวิร์ดซึ่งจะส่งผลไม่ดี +3
Keywords ใน anchor text นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก the anchor text of inbound links, เพราะว่าถ้าคุณมี keyword เป็นคำ anchor text ที่ลิงค์เข้ามาจากเว็บอื่นๆ ก็จะเปรียบเทียบได้กับการได้รับการ vote จาก site นั้นๆไม่ใช่แต่เฉพาะทั้งเว็บตามปกติ, แต่จะเกี่ยวกับ keyword ด้วย +3
Keywords in headings (<H1>, <H2>,

etc. tags)

อีกจุดหนึ่งที่ให้น้ำหนัก Keyword ด้วยอย่างมาก. แต่ก็ให้แน่ใจด้วยว่าในหน้าเว็บนั้นๆของคุณก็มี text ที่เป็น Keyword นี้ด้วยเช่นกัน +3
Keywords ในจุดเริ่มต้นของ เอกสาร ถึงแม้คะแนนจะไม่มากเท่า anchor text, title tag หรือ headings. อย่างไรก็ตามให้นึกไว้เสมอว่า จุดเริ่มต้นของเนื้อความใน document ไม่จำเป็นต้องหมายถึง ย่อหน้าแรกเสมอไปนะครับ – เช่นถ้าเราใช้ tables, ข้อความหลักน่าจะอยู่ที่ column ที่สอง row สองมากกว่า. +2
Keywords ภายใน <alt> tags Spiders จะไม่รู้จักรูป images แต่มันสามารถอ่าน textual descriptions ใน <alt> tag ได้, เพราะฉนั้นถ้าคุณมีรูป, ให้ใส่ keyword บางตัวใน <alt> tag ด้วย +2
Keywords ใน metatags ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ความสำคัญในส่วนของ meta ได้ลดลงมาบ้าง (แต่ก็ยังต้องใส่อยู่), เพราะว่า Google. Yahoo! และ MSN ก็ยังพิจารณาส่วนนี้อยู่, โดยเฉพาะ Yahoo! กับ MSN, การใส่ keyword ใน meta ก็ยังดีกว่าไม่ใส่เลยนะครับ +1
Keyword proximity Keyword proximity เป็นตัววัดความใกล้กันของตัว text ใน keywords  ซึ่งจะให้ผลดีที่สุดถ้า keyword  ตัวนึงอยู่ต่อกับอีกตัวนึงพอดี (เช่น “dog food”), ที่ไม่มีคำอื่นใดไปแทรกกลางระหว่างมัน. ตัวอย่างเช่นถ้าเรามีคำว่า “dog” ในย่อหน้าแรกและ “food” ในย่อหน้าที่สาม , Google ก็จะนับ keyword ให้เหมือนกันแต่ก็จะไม่ได้ให้น้ำหนักมากเท่า“dog food” ที่ไม่มีอะไรแทรกกลางเลย. Keyword proximityจะเหมาะกับ keyword ที่มีคำมากกว่าสองคำอยู่ด้วยกันครับ +1
Keyword phrases ในบาง Keyword เราสามารถที่จะ optimize ตัว keywordที่ประกอบด้วยคำหลายคำได้ เช่น “SEO services” จะเป็น keyword phrases ที่น่าจะเป็นที่นิยมในการค้นหา เพราะผู้เซิร์ทหลายคนน่าจะพิมพ์ทั้งสองคำนี้ลงไปตรงๆ แต่ในบางโอกาส การแยก keyword เป็น 2หรือ 3 คำ เช่น “SEO” และ “services” ก็อาจจะทำให้เจอได้ในบางครั้งเช่นกัน เพียงแต่จะมีน้ำหนักที่น้อยกว่าบ้าง +1
Secondary keywords การ Optimizing สำหรับ keywords ที่รองลงไป (บางทีเป็น sub categories ของ keyword หลัก) ก็เป็นความคิดที่ดี เพราะแน่นอนว่าทุกๆคนพยายามที่จะ optimizing  keywords ที่ดังๆ และค่อนข้าง General ทำให้ keyword ที่รองลงมาอาจไม่ค่อยได้ถูกโฟกัส นั่นหมายความว่าถ้ามีคน search ก็กลับจะดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น “boutique hotel pattaya” นั้นมีคนเซิร์ทน้อยกว่า “boutique hotel” เป็น พันๆเท่าแน่นอน แต่ถ้าคุณทำธุรกิจนี้ในพัทยา ถึงแม้คุณจะมีคนเซิร์ทเจอน้อยกว่าแต่คนที่เจอก็เป็น targeted traffic แน่นอน +1
Keyword stemming สำหรับภาษาอังกฤษ การใส่คำที่มีความหมายในทางเดียวกัน เช่น dog, dogs, doggy,และอื่นๆ จะถูกคิดว่ามีความสำพันธ์กันถ้าคุณมีคำว่า “dog”อยู่ใน pageของคูณ, เว็บอาจจะถูเซิร์ทเจอเพราะคำว่า “dogs” หรือ “doggy”ได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตามสำหรับภาษาไทยนั้นการใส่ keyword ที่คล้ายๆกันไปด้วยก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเพราะ search engine ยังไม่รู้จักรากของคำดีพอ (ถึงแม้ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา google สามารถที่จะตัดแยกคำไทยที่เขียนติดกันได้แล้วก็ตาม) +1
Synonyms สำหรับภาษาอังกฤษ การ Optimizing คำที่มีความหมายเดียวกัน (synonyms)ของ target keywords, ก็จะให้ผลดีด้วยเพราะ search engine นั้นมีความฉลาดพอที่จะรู้เรื่องนี้แล้ว แต่สำหรับภาษาไทยนั้น search engine ยังไม่รู้จักคำเหมือนนะครับ +1
Keyword Mistypes การสะกดผิดเป็นเรื่องที่เป็นกันบ่อย หรือแม้แต่การตั้งใจเขียนให้มีความหมายคล้ายกันแต่เขียนให้ส้นลง เช่น Christmas กับ Xmas ซึ่งเราก็อยากจะ optimize ทั้งคู่ซึ่งแน่นอนว่าเราก็จะได้ Traffic ที่เพิ่มขึ้น แต่การแกล้งพิมพ์ผิดหรือพิมพ์เพี้ยนในเว็บไซต์นั้นอาจจะทำให้เว็บไม่ค่อยน่าประทับใจ ทางที่ดีใส่แค่ใน meta ดีกว่า 0
Keyword dilution ถ้าคุณพยายามที่จะ optimizing  keywords หลายคำเกินไป, โดยเฉพาะอย่างยิ่งคีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย จะทำให้ performance ของ keywords รวมทั้งตัวหลักๆนั้นเจอจางลงไปเช่นเดียวกับการมี text อยู่เท่านั้น -2
Keyword stuffing การตั้งใจใส่ keywords ที่เยอะเกินไปจนผิดธรรมชาติ (มากกว่า 10% ของคำทั้งหมดใน page)เรียกว่า stuffing และจะทำให้เว็บของคุณเสี่ยงต่อการถูกแบนโดย search engine -3
Links – internal, inbound, outbound
ตำแหน่ง kyewords คำอธิบาย จำนวนแต้ม
Anchor text of inbound links การถูกลิงก์จากเว็บไซต์อื่นเข้ามา โดยมี text ของลิงก์ตรงกับkeyword เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดของประสิทธิภาพ keywords(  แต่ถึงจะไม่มี anchor text ตรงๆกับ keyword ก็ยัง OK นะครับ) +3
Origin of inbound links เช่นเดียวกับanchor text, คุณภาพ (reputable)ของเว็บที่ลิงก์เข้ามานั้นก็สำคัญมากเช่นกัน โดยปกติเว็บที่มี Google PR ที่ดีก็มักจะมี reputable ดีด้วยเช่นกัน +3
Links from similar sites ลิงก์จากเว็บที่คล้ายๆกันก็มีประโยชน์อย่างมากเช่นกัน เพราะมันแสดงถึงว่าคู่แข่งของคุณกำลังโหวตให้คุณ และคุณกำลัง popular ใน community นั้นๆ +3
Links from .edu and .gov sites ลิงก์เหล่านี้มีมูลค่ามากทีเดียว เพราะว่าเว็บประเภท .edu และ .gov นั้นจะมี reputable สูงกว่า .com .biz .info หรืออื่นๆ และอีกอย่างก็คือ ลิงก์ออกจากเว็บเหล่านี้ก็มีไม่เยอะซะด้วย +3
Number of backlinks แน่นอนว่ายิ่งมีคนลิงก์เข้ามาเยอะก็ยิ่งดี ถึงแม้ว่า คุณภาพของเว็บที่ลิงก์จะมีความสำคัญมากกว่าจำนวนก็ตาม +3
Anchor text of internal links การใส่ anchor text  สำหรับลิงก์ภายในเว็บของเราเองก็ให้ผลดีและเป็นสิ่งสำคัญที่ทำได้ไม่ยาก +2
Around-the-anchor text text ที่อยู่ก่อนและหลังของ anchor text ก็มีความสำคัญเช่นกัน เรามันจะเป็นตัวบอกความตั้งใจในการใส่ลิงก์ของคุณ  ว่าใส่อย่างผิดธรรมชาติหรือ flow อยู่ข้างในกลุ่ม text หรือไม่ +2
Age of inbound links อายุของ ลิงก์ เข้ามาจากเว็บอื่นยิ่งมากยิ่งดี เพราะว่าการได้ลิงก์จำนวนมากเข้ามาในระยะเวลาไม่นานนั้นแสดงให้เห็นว่าคุณน่าจะซื้อมันมากกว่า +2
Links from directories การใด้ลิงก์จากเว็บ Directory ก็สำคัญเช่นกันและขึ้นอยู่กับคุณภาพของ Directory นั้นๆด้วย เช่นการให้ลิงก์จาก DMOZ ,Yahoo นั้นจะให้ผลที่ดีมากๆ แต่การมีลิงค์จำนวนมหาศาลจาก Directory ที่มี PR-0  นั้นกลับไร้ประโยชน์ และยังอาจเสี่ยงต่อการถูกคิดว่าเป็น spam links อีกด้วยถ้าคุณมีเป็นร้อยเป็นพันลิงก์ +2
Number of outgoing links on the page that links to you เว็บที่ลิงก์เข้ามาให้คุณนั้น  ถ้ามีลิงก์ออกไปที่อื่นยิ่งน้อยยิ่งดีเพราะว่ามันแสดงถึงความสำคัญของเว็บคุณต่อเค้านั่นเอง อันนี้เป็นหลักการของการให้ pagerank โดยปกติ +1
Named anchors Named anchors บริเวณเป้าหมาย ลิงก์ภายในไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับ navigation ภายใน แต่ยังสำคัญกับ SEO ด้วยเพราะเป็นการเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของ ย่อหน้าหรือ text นั้นๆ สำหรับ code, named anchors เช่น: <A href= “#dogs”>Read about dogs</A> และ “#dogs”ก็คือ named anchor. +1
IP address of inbound link Google denies Google นั้นจะไม่ให้ความสำคัญและไม่ให้น้ำหนักจากลิงก์ที่มาจาก IP address เดียวกัน แต่ MSN และ  Yahoo นั้นอาจจะไม่รับ ลิงก์ที่มาจาก IP address เดียวกัน ด้วยซ้ำ ดังนั้นเป็นการดีที่จะได้ลิงก์เข้ามาจาก  IPs ที่ต่างกัน +1
Inbound links from link farms and other suspicious sites การได้รับลิงก์มากจากเว็บรวมลิงก์ (links farm) นั้นจะไม่ส่งผลอะไรต่อเว็บของคุณเลย และก็ไม่ถูกทำโทษด้วยเพราะว่ามันไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ยังไงก็ตาม อยุ่ห่างๆจากเว็บพวกนี้ก็ดีครับ 0
Many outgoing links Google จะไม่ชอบเว็บ page ที่มีลิงก์ออกเป็นจำนวนมาก  เพราะฉนั้นคุณต้องพยายามไม่ให้ลิงก์ออกจากเว็บเกิน 100  ต่อหนึ่งหน้า มิเช่นนั้นจะส่งผลเสียต่อเว็บของคุณ -1
Excessive linking, link spamming ถ้าเว็บคุณมีลิงก์หลายอันไปที่เว็บๆเดียว  หรือได้ลิงก์เข้ามาหลายๆอันจากเว็บๆเดียว (แม้ว่าเว็[นั้นจะไม่ใช่เว็บที่คุณภาพต่ำก็ตาม) อันนี้ก็ส่งผลเสียเช่นกันเพราะจะดูเหมือนกับการซื้อลิงก์หรือ spamming -1
Outbound links to link farms and other suspicious sites ถ้าคุณมีลิงก์ออก (outbound) ไปที่เว็บที่ถูกทำโทษไปแล้วหรือไปที่ link farm จะทำให้ถูกตัดแต้มอย่างมาก ดังนั้นต้องหมั่นเช็คลิงก์ขาออก จากเว็บของคุณเสมอเพราะบางทีเว็บที่ดีก็มีการเปลี่ยนไปเป็นเว็บที่แย่ได้เหมือนกัน (bad neighbors ) -3
Cross-linking ตัวอย่างของ Cross linking เช่นเว็บ A ลิงก์ออกไปที่เว็บ B และเว็บ B ลิงก์ออกไปที่เว็บ C และ เว็บ C ลิงก์กลับมาที่เว็บ A การกระทำอย่างนี้ก็เหมือนเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนลิงก์จำนวนมากเช่นกัน แม้และจะโดนตัดแต้มอย่างมาก (กรณีที่ซับซ้อนกว่านี้ google ก็ยังสามารถเช็คได้ดังนั้นทำอะไรให้เป็นธรรมชาติด้วยจำนวนลิงก์ที่เหมาะสมเช่นเพื่อนแนะนำเพื่อนในกลุ่มเดียวกันก็ไม่เป็นไร) -3
Single pixel links ถ้าพยายามทำลิงก์ที่มีขนาดแค่ pixel เดียวหรือมีขนาดที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นเพื่อหวังผลว่าจะหลอก search engine ก็จะถูกตัดแต้มด้วยเช่นกัน -3
Metatags
ตำแหน่ง kyewords คำอธิบาย จำนวนแต้ม
<Description> metatag Metatags เริ่มมีความสำคัญน้อยลงไปเรื่อยๆแต่ก็ยังมีผลอยู่เช่นกัน ซึ่งจะมีทั้ง <description> และ <keywords>  ถ้าเราต้องการอธิบายเว็บของเราให้ใส่ <description> ( yahoo และ msn ยังคงให้ความสำคัญมากอยู่) และบางครั้ง description ก็จะขึ้นใน search results เช่นกัน +1
<Keywords> metatag <keyword> metatag นั้นยังมีผลต่อ google เวลาใส่ metatag ให้ใส่ด้วยความยาวที่เหมาะสมคือประมาณ 10-20  keywords และอย่ายัด keyword ที่ไม่มีในหน้า page ของคุณลงไปเพราะจะส่งผลเสียแทน +1
<Language> metatag ถ้าเว็บไซต์ของเราต้องการ specific ภาษา ก็อย่าให้ tag ภาษาว่างเปล่า  ถึงแม้ว่า search engine จะมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนกว่าในการวิเคราะห์ภาษาแต่ก็ยังต้องคำนึงถึง <language>metatag +1
<Refresh> metatag <refresh>metatag เป็นทางเดียวที่จะ redirect จากเว็บของคุณไปที่อื่น   ให้ทำในกรณีที่คุณเพิ่งย้ายเว็บไซต์ไปยังชื่อ domain ใหม่เท่านั้นและควรทำเป็นการชั่วคราว เพราะถ้า redirect เป็นเวลานานจะทำให้แต้มตก ในกรณีนี้การ redirect ไปที่ 301 นั้นจะดีกว่า -1
Content
ตำแหน่ง kyewords คำอธิบาย จำนวนแต้ม
Unique content ยิ่งเว็บเรามีเนื่อหามากเท่าไหร่ และเนื้อหามีความแตกต่างจากเว็บอื่นๆทั้ในแง่ของ wording และ Topics จะยิ่งทำให้ ranking ดีขึ้นเท่านั้น +3
Frequency of content change การปรับเปลี่ยนเนื้อหาอยุ่เป็นประจำนั้นยอดเยี่ยมเช่นกัน และดีที่สุดถ้าเว็บมีเนื้อหาใหม่ๆตลอดเวลา (ดีกว่าการปรับเปลี่ยนเนื้อหาที่มีอยู่แล้วนิดหน่อยๆ) +3
Keywords font size เมื่อเนื้อความที่เป็น keywords ในเว็บของคุณมีขนาดตัวอักษรที่ใหญ่เมื่อเทียบกับตัวอักษรตัวอื่นๆในเว็บ ซึ่งจะทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายขึ้นและแสดงถึงความสำคัญก็จะช่วยให้ keyword นั้นๆได้แต้มด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับการใส่ <h1>,<h2> ที่ heading +2
Keywords formatting เช่นเดียวกันกับด้านบน ถ้าเราเน้นตัวอักษรที่เป็น keyword ด้วยวิธีอื่นๆเช่นตัวเอียง ตัวหนา ก็จะได้แต้มด้วยเช่นกัน แต่ก็อย่าใช้มากเกินไป +2
Age of document เอกสารที่ออกใหม่ๆ หรือเอกสารที่อัพเดทบ่อย ก็จะได้รับความสำคัญมากกว่าเช่นกัน +2
File size ปกติ page ที่มีข้อความยาวมากๆเกินไปนั้นก็ไม่ได้ให้ผลที่ดีมากนัก เพราะถ้าเรามี หน้าสั้นๆ 3 หน้าก็ยังดีกว่า หนึ่งหน้ายาวๆใน Topic เดียวกัน เพราะฉนั้นให้แยกบทความยาวๆเป็น บทความสั้นๆหลายๆหน้าจะดีกว่า +1
Content separation ถ้าเป็นมุมมองทางการตลาก การแยกประเภทของเนื้อหาตามกลุ่มต่างๆภายใต้ IP หรือ ชนิดของ Browser หรืออื่นๆ นั้นน่าจะดีเพราะตรงกลุ่มเป้าหมาย แต่กลับส่งผลเสียต่อ SEO แทนเนื่องจากเมื่อคุณมีแค่ URL เดียวแต่กลับมี เนื้อหาที่ต่างกันจะทำให้ search engine งงว่าอันไหนเป็นเนื้อหาที่แท้จริง -2
Poor coding and design Search engine เป็นคนบอกเองว่า พวกมันไม่ต้องการเว็บไซต์ที่มีการดีไซน์ที่แย่และมีการเขียน code ที่ไม่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมี เว็บที่ถูกแบนเนื่องจากกรณีดังกล่าว  (messy code และ รูปที่น่าเกลียด) แต่เว็บที่ดีไซน์ไม่ดีและ code ไม่ดีก็จะไม่ถูก index เลยทำให้ส่งผลเสียแน่นอน -2
Invisible text นี่เป็นกรณีของ black hat SEO (สายดำ) ถ้า spiders ตรวจจับได้ว่าคุณใส่ text ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาก็อย่าแปลกใจที่จะโดยทำโทษ -3
Cloaking Cloaking เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่สามารถโดนตัดแต้มได้ เพราะเป็นการแยกส่วน content หลอกให้ spider เห็น page ที่ทำ optimize หวังผล ในขณะที่ผู้เข้าชมปกติกลับเห็นอีกเวอร์ชั่นของ page นั้นๆ -3
Doorway pages การสร้าง page โดยตั้งใจที่จะหลอก spiders ว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นเป็นเว็บที่สำคัญดี (highly-relevant)  ทั้งๆที่ไม่ใช่ ก็เป็นอีกทางที่ search engine จะเขี่ยคุณออก -3
Duplicate content เมื่อคุณมีเนื้อหาที่เหมือนกันในหลายๆหน้าบนเว็บ แทนที่จะทำให้เว็บดูใหญ่ก็กลับทำให้ถูกลงโทษในฐานะ duplicate content แทน  การวิเคราะห์การทำซ้ำนั้นก็มีหลายดีกรี แต่ก็ไม่ใช่ทุกอันที่จะถูกแบน เช่น บทความจาก mirror sites นั้นไม่เป็นไร -3
Visual Extras and SEO
ตำแหน่ง kyewords คำอธิบาย จำนวนแต้ม
JavaScript ให้ใช้ java อย่างฉลาดเพียงเพื่อดึงดูดความน่าสนใจเท่าที่จำเป็น แต่ถ้าเนื้อหาหลักของเว็บถุกแสดงผ่าน Javascript ทั้งหมด จะทำให้ spiders ติดตามได้ยาก และอาจติดตามไม่ได้เลยถ้า code Javascript นั้นเขียนมาแย่ แน่นอนว่า rating จะตกได้ 0
Images in text เว็บที่มีแต่ตัวอักษรก็ดูน่าเบื่อแต่ถ้ามีรูปเยอะไปก็ไม่ดีกับ SEO เช่นกัน อย่างไรก็ตามให้ใส่ <alt>tag ด้วยคำที่เป็นความหมายที่เหมาะสมกับรูป แต่ก็อย่ายัด keyword จำนวนมากใส่รูปโดยไม่เกี่ยวข้องกันเช่นกัน 0
Podcasts and videos Podcast และวีดีโอกำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆทุกวัน แต่ก็ทำให้ ไม่ค่อยมี text ในเว็บและ search engine  ก็เจอยาก เพราะฉนั้นถ้าเป็นไปได้ จะถอดเทปและเขียนเป็น text กำกับไว้ในหน้านั้นๆก็ได้ครับ 0
Images instead of text links การใช้รูปเป็นตัวลิงก์แทนตัวอักษรนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่  จะยิ่งแย่เมื่อไม่ได้ใส่อะไรใน <alt>tag เลย แต่แม้ว่าคุณจะใส่ <alt>tag แล้วก็ยังให้ผลได้ไม่ดีเท่ากับการลิงก์ด้วยตัวอักษรที่เป็นตัวหนา ,ขีดเส้นใต้ หรือมีขนาด ใหญ่ เพราะฉนั้นคุณควรจะใช้ รูปในการทำ navigation ที่ขึ้นกับ graphic lay-out ของเว็บคุณเท่านั้น -1
Frames Frames เป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อ SEO มาก ให้หลีกเลี่ยงยกเว้นจำเป็นจริงๆ -2
Flash Spiders จะไม่ index เนื้อหาที่เป็น Flash (ภาพเคลื่อนไหว) ถ้าจำเป็นต้องมีก็ควรใส่  alternate textual description ด้วย -2
A Flash home page การทำ flash homepage โดยไม่มี html เลยส่งผลไม่ดีต่อ SEO อย่างมากแน่นอน -3
Domains, URLs, Web Mastery
ตำแหน่ง kyewords คำอธิบาย จำนวนแต้ม
Keyword-rich URLs and filenames การที่มี keywords หรือชื่อของไฟล์ อยู่ใน URLs ก็เป็นสิ่งสำคัญมาสำหรับ SEO โดยเฉพาะอย่างยิ่งกบ Yahoo! และ MSN +3
Site Accessibility การเข้าเว็บไซต์ได้ทั้งเว็บตลอดเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญ ปกติเว็บจะถือว่า unaccessible เมื่อ ลิงก์ตาย,404 errors, บริเวณในเว็บที่ต้องใส่ password และจะทำให้เว็บไม่ถูก index +3
Sitemap การมี  sitemap,เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว คุณควรมี site map ที่สมบูรณ์และ update เสมอ(ไม่ว่าจะเป็นแบบ HTML ธรรมดาหรือ Google site map formatt  เพราะว่า spiders จะชอบ +2
Site size โดยปกติเว็บยิ่งใหญ่ก็จะยิ่งดี เพราะSpiders นั้นชอบเว็บไซต์ใหญ่ๆ  อย่างไรก็ตามเว็บที่ใหญ่ก็จะมีปัญหาใช้งานยากขึ้นและมี navigation ที่แย่ลงทำให้บางทีต้องแยกเป็นเว็บที่เล็กลง  แต่ในทางปฎิบัติ ยังไม่ค่อยมีเว็บไหนที่ถูกลงโทษเพราะมีหน้าเกินหมื่นหน้า เพราะฉนั้นอย่าแยกเว็บไซต์เพียงเพราะว่ามันใหญ่ขึ้นทุกวัน +2
Site age older sites are respected more.เว็บไซต์ยิ่งมีอายุมากแล้วยิ่งได้รับความเชื่อถือมากขึ้น เพราะแสดงว่าไม่ใช่เว็บ pop-up ใหม่ๆแล้วหายไป +2
Site theme site theme ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน และสำคัญมากต่อ ranking ถ้าเราทำ site ให้เข้ากับ theme หนึ่งๆแล้ว ถ้ามี page อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ theme นี้จะช่วย boost เว็บไซต์ทั้งหมด +2
File Location on Site ตำแหน่งของ file ในเว็บไซต์ ( ชื่อไฟล์ด้านหลังเช่น www.ipattt.com / xxx) ถ้าอยู่ใกล้กับ root directory จะมีแนวโน้มที่มี rank ดีกว่าไฟล์ที่อยู่ลึกเข้าไปห้าระดับ (เช่น www.ipattt.com/nnn/nnn/nnn/nnn/xxx ) +1
Domains versus subdomains, separate domains การมี domain ต่างหากน้นดีกว่า เช่นแทนที่จะมี ipattt.blogspot.com ก็ควร register เป็น ipattt.com +1
Top-level domains (TLDs) TLDs ( .xxx) นั้นมีความแตกต่างกันอยู่ โดย .com นั้นดีกว่า .ws, .biz, .info อยู่มากแต่ก็ไม่มีอะไรสู้ .edu กับ .org ที่จดทะเบียนมานานแล้วได้ +1
Hyphens in URLs เครื่องหมาย ( – ) ระหว่าง URLs นั้นช่วยให้อ่านง่ายขึ้นและมีผลต่ ranking สามารถใช้ได้กับทั้ง domain name และ ที่เหลือ ใน URLs +1
URL length ปกติ URLs ที่ยาวมากๆจะเริ่มดูเหมือน spam เพราะฉนั้นควรหลักเลี่ยงการมี URLs ยาวเกิน 10 คำ ( 3 ถึง 4 คำสำหรับ domain name และ 6 คำสำหรับที่เหลือนั้นยังพอรับได้) 0
IP address IP address จะมีผลไม่ค่อยดีต่อเมื่อมีการ shared hosting หรือเมื่อเว็บไซต์นั้น host กับ free hosting provider  อีกกรณีคือ  IP หรือ C-class ของ IP address ทั้งหมดติดแบล็คลิสต์เนื่องมาจากการถูกลงโทษด้าน spamming หรือ ด้าน กฏหมาย 0
Adsense will boost your ranking Adsense นั้นอาจจะช่วยให้คุณมีรายได้แต่ไม่ได้มีผลอะไรกับ SEO ranking  Google ไม่ได้ให้ ranking bonus เพราะว่า hosting adsense ads 0
Adwords will boost your ranking เหมือน Adsense , ตัว Adwords นั้นช่วยให้คนเข้ามาดูเว็บของคุณได้ง่ายขึ้นแต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับ SEO ranking เช่นกัน 0
Hosting downtime Hosting downtime มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ accessibility  เพราะว่าถ้าเว็บ down บ่อยๆจะไม่สามารถทำ indexed ได้ factor นี้จะเห็นผลเสียก็ต่อเมื่อ hosting provider ไม่ค่อยน่าเชื่อถือและมี uptime ต่ำกว่า 97-98% -1
Dynamic URLs Spiders นั้นชอบ static URLs  แม้ว่าคุณจะเคยเห็น dynamics pagesจำนวนมาก    การมี URLs ยาวๆ(เช่นเกิน 100ตัวอักษร)จะส่งผลเสียต่อทั้งคนท่องเว็บและ SEO และเราควรจะใช้เครื่องมือบางตัวช่วยเช่น rewrite dynamic URLs -1
Session IDs ยิ่งแย่กว่า Dynamics URLs  การใช้ session IDs นั้นจะไม่ทำให้ spiders ทำ indexed -2
Bans in robots.txt ถ้าเว็บไซต์ของเรามีบางส่วนที่ถูกแบน  มันก็มักจะส่งผลถึงส่วนอื่นๆที่ไม่โดนแบนทั้งหมดด้วยเนื่องจาก spiders จะวิ่งเข้ามาน้อยถ้าเป็น “noindex” site -2
Redirects (301 and 302) redirects จะส่งผลเสียมากถ้าใช้อย่างไม่ถูกต้อง บางทีหน้าที่ต้องการนั้นก็ไม่สามารถเปิดได้ หรือแย่ยิ่งกว่านั้นคือ บางครั้ง redirect อาจถือว่าเป็นการทำ SEO แบบ black hat คือเมื่อผู้เยี่ยมชมเข้ามากลับถูกโยนไปที่อื่นแทน -3

ขอขอบคุณ : www.thaiseoboard.com/index.php/topic,91163.0.html

wheel

Link Wheel สำหรับ SEO

คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆนะค่ะว่าการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆของเจ้าพ่อวงการ Search Engine อย่าง Google นั้น เป็นสิ่งที่ทุกเว็บไซต์ต้องการและโหยหาเป็นอย่างมาก และอะไรที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถติดอันดับเหล่านั้นได้ คงหนีไม่พ้นการโปรโมทตามหลักของ SEO ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ และบางท่านอาจจะเกิดคำถามตามมาว่า แล้วจะทำ SEO ให้ติดอันดับต้นๆได้อย่างไร วันนี้เรามีอีกหนึ่งเทคนิคมาแนะนำเพื่อช่วยดัน Keywords ของเราให้ติดอันดับได้เร็วขึ้น นั้นก็คือ “เทคนิคการสร้าง Link Wheel (วงล้อมหัศจรรย์)” โดยมีหลักการอยู่ว่า สร้าง link ที่มีคุณภาพย้อนกลับไปยังเว็บไซต์ของเรา นั่นเอง  บางท่านก็อาจจะเคยทำมาแล้วและได้ผลดีในเรื่องของการสร้าง Link Network แต่สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้นศึกษา SEO ก็คงจะงงกันเล็กน้อยว่ามันคืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ดังนั้นวันนี้เราจึงมีคำจำกัดความง่ายสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มศึกษาการทำ SEO มาฝากกันค่ะ

Link Wheel คืออะไร

Link Wheel คือการทำ Seo รูปแบบหนึ่งเพื่อดัน Keywords ให้เว็บไซต์ติดอันดับได้เร็วและหนาแน่นขึ้น โดยการสร้างลิงค์จากบทความ หรือเว็บไซต์ต่างๆมายังเว็บไซต์ของเราในลักษณะวงกลมแวดล้อมเว็บไซต์ของเราไว้(Money Site)และทำการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่ทำ Link เหมือนกัน ทำการเชื่อมโยงเช่นนี้ไปยังหลายๆเว็บ จนเกิดเป็นวงล้อของระบบ Link ขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า “ Link Wheel ” นั้นเอง

วิธีทำ ให้ทำการเปิดเว็บฟรี (หรือที่เรียกกันว่า web2.0) สัก 6 เว็บขึ้นไป เขียนเนื้อหาและส่งลิงค์กลับมายังเว็บไซต์ของเราและทำการเชื่อมโยงกันไปให้ครบทั้ง 6 เว็บ เพื่อล่อให้บอทวิ่งวนอยู่ในเว็บเราเป็นส่วนใหญ่ หลังจากเปิดเว็บบล็อก (web2.0) และเชื่อมโยงเสร็จเรียบร้อย ให้นำเว็บบล็อกทั้งหมดไปที่ Social Bookmark ต่างๆเพื่อโปรโมทเรียกบอทให้วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลยังเว็บเราทั้งหมด
ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว Link Wheel สามารถดัดแปลงระบบการเชื่อมโยงให้สลับซับซ้อนได้อย่างไม่จำกัดจำนวนขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละบุคคลนะค่ะ

สุดท้ายนี้หวังว่าเพื่อนๆที่กำลังศึกษาเรื่องของ SEO อยู่คงจะได้เทคนิคเล็กๆน้อยๆไปลองทำกันดูนะค่ะ ส่วนสัปดาห์หน้านั้นเราจะมีเทคนิคอะไรดีๆมาฝากอีกก็อย่าลืมติดตามต่อได้จาก seo.bizidea.co.th บล็อกดีๆสำหรับคนรัก SEO ค่ะ

biaidea-blog-seo

SEO คืออะไร

กราบสวัสดีมิตรรักแฟนเพลง ของพี่เป้า สายันต์ สัญญา ทุกท่านครับ “รักสายันต์น้อยๆ แต่รักนานๆ”…………… เป็นวลีที่เก่ามากๆ เผอิญเมื่อคืนไปนั่งกินข้าวร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วเขาเล่นมุขนี้เลยยืมมาใช้มั่ง

วันนี้วันที่ 10 เดือน 10 ปี 2010 เวลา 10:10:10 โอ้ยอันหลังนี่โม้ครับ ใครจะเขียนในเวลาเป๊ะขนาดนั้น มาคุยกันต่อเรื่อง SEO จากเรื่องที่แล้ว ก้าวแรกทำ SEO ที่อธิบายถึงกำเนิด SEO ว่ามันมีที่มายังไง วันนี้เรามาทำความเข้าใจมากขึ้นกับ SEO ว่ามันคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และความอันตรายของเจ้า SEO

SEO คืออะไร

SEO เป็นคำย่อจากคำว่า Search Engine Optimize คือการปรับแต่งเว็บเพ็จให้ร้องรับการเก็บข้อมูลจากพวก robot ที่วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ โดย robot พวกนี้สร้างขึ้นจากพวก search engine ทั้งหลายอย่างเช่น Google.com หรือ bing.com พวกนี้จะสร้าง robot เพื่อให้วิ่งเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อค้นหาข้อความบนเว็บเพ็จเอามาสร้างอินเดกส์ไว้สำหรับผู้ค้นหาข้อมูล จะได้เข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว

โดยแต่ะผู้ให้บริการก็จะมีกระบวนการเก็บข้อมูลและการจัดลำดับในการแสดงข้อมูลเมื่อถูกค้นหาที่แตกต่างกันไป แต่เป้าหมายเดียวกันคือให้ผู้ค้นหาข้อมูลได้ผลการค้นหาที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วที่สุด

การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เป็นไปตาม หลักการทำ SEO ย่อมทำให้ robot ต่างๆ เข้ามาเก็บข้อมูลได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมีผลให้ข้อมูลของเราถูก Search Eengine ค้นหาได้ง่าย นั่นถือเป็นการโปรโมทเว็บไซต์อย่างดีที่สุด

หลักการทำ SEO นั้นผมขอเขียนในบทต่อไปนะครับเพราะเนื้อหาเยอะมาก

ประโยชน์ของ SEO

  • จะดีแค่ไหนครับหากว่าวันนึงมีคนเข้าเว็บเรา หลักพัน หมื่น หรือแสน จากที่บอกไปแล้วในเรื่อง ก้าวแรกทำ SEO ว่ามีคนไทยค้นหาข้อมูลบน google.co.th วันละกว่า 45 ล้านครั้ง(ที่มา alexa.com) ซึ่งถือเป็นช่องทางในการทำตลาดได้อย่างดีทีเดียว  เมื่อผู้เยี่ยมชมเข้ามาเยอะโอกาสที่จะเป็นลูกค้าในอนาคตก็สูงไปด้วย
  • ทำให้ผู้คนรู้จักเราหรือสินค้าของเราผ่านทางเว็บไซต์แบบออนไลน์ 24 ชั่วโมงแข่งกับร้านสะดวกซื้อที่ตอนนี้ขายกัน 24 ชั่วโมงเหมือนกัน (ฮา) โดยที่ไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณาแม้แต่บาทเดียว
  • การทำ SEO นั้นต้องอาศัยหลักการจัดทำโครงสร้างเว็บไซต์ให้เป็นไปตามมาตราฐานการจัดทำเว็บไซต์ของ W3C(www.w3.org) ซึ่งก็จะช่วยให้เว็บไซต์ผ่านมาตราฐานด้วย
  • ลูกค้าพบสินค้าและบริการของเราโดยตรงอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านเว็บท่าหรือเว็บไดเร็กทรอรี่ ที่ไหนเลย เรียกว่าสะดวกกว่ากันเยอะ

นั่นก็เป็นประโยชน์ที่มองเห็นได้ชัดเจนจาก การทำ SEO นะครับ

ความอันตรายของเจ้า SEO

มีดีมันก้ต้องมีอะไรที่ไม่ดีมั่งหล่ะน่ะ SEO มันอันตรายยังไง ความจริงเจ้า SEO มันไม่อันตรายหรอกครับแต่ คน ต่างหากที่อันตราย

ทุกวันนี้มีคนพยายามบิดเบือนผลการค้นหาด้วยเทคนิคต่างๆ ที่งัดแงะกันออกมาทั้งแบบถูกต้องตามหลักการและแบบที่ใช้เทคนิคในทางที่ผิดทำให้ผลการค้นหานั้นไม่เป็นจริง เช่น เราอยากได้ข้อมูลการทำเว็บโดยพิมพ์ไปว่า การทำเว็บ แต่ผลการค้นหากลับมีแต่ชื่อบริษัทรับทำเว็บซึ่งไม่ตรงกับความต้องการ มันก่อให้เกิดการบิดเบือนผลการค้นหาและจะทำให้ search engine ไม่ได้รับความนิยมในที่สุด ซึ่งเจ้าของ search engine แต่ละเจ้าก็พยายามหาวิธีป้องกันเพราะหากว่าผลการค้นหาที่ผู้ใช้มีแต่โฆษณาสักวันนึงก็จะไม่มีผู้ใช้และปิดตัวลงไปในที่สุด

ในเรื่องต่อไปเราจะมาเรียนรู้การทำ SEO ไปพร้อมๆ กันกับเรื่องราวเกี่ยวกับหลักการทำ SEO ที่ต้องรู้เพื่อประยุกต์ใช้งานได้ในอนาคต โปรดติดตามต่อไปนะครับ

เรื่องโดย เชฟมือหนึ่ง (10/10/2010)

10 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SEO

1 การทำทุกอย่างที่ได้มาซึ่ง แบคลิ้งค์โดยไม่คำนึกว่าจะเป็นลิ้งค์ที่เกี่ยวข้องหรือไม่
จากที่เราจะได้ประโยชน์จะกลับกลายเป็นโทษแทนในโทษฐานที่เป็นสแปม
หรือแม้แต่การซื้อแบคลิ้งค์เมื่อถึงจุดหนึ่งที่มากเกินความจำเป็นก็ไม่เป็นผลดีเช่นเดียวกัน

2 การที่เราทำเว็บสวยมีลูกเล่นเยอะไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าเราดีเราเก่งแต่ Google
จะมีตัวช่วยชื่อว่า  algorithm มาใช้เป้นตัวชี้วัดว่าเว็บเราดีมีคุณภาพหรือไม่
นั่นก็หมายถึงว่าเนื้อหาของมีความสัมพันธ์กันกับ keywords มากน้อยแค่ไหน

3 ความเชื่อเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับการทำเว็บอย่างเดียวแต่ไร้ซึ่งโครงสร้างและ
หลักการของ SEO อย่าละเลยโครงสร้างพื้นฐานของการทำเว็บที่ดีต้องประกอบด้วย
หน้าตาของเว็บ เนื้อหาภายในเว็บ ความถูกต้อง มีเอกลักษณ์

4 ความเชื่อที่ว่าการทำ SEO นั้นต้องทำตลอดเวลาห้ามหยุดเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์
การทำ SEO ที่ดีเพียงแค่เรารู้จุดที่จะทำและรู้เวลาที่เหมาะสมแค่นี้ก็เกินพอแล้ว
จำไว้ว่าอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีแต่ถ้าไม่ทำเลยก็ไม่ได้เช่นกัน

5 การลอกเลียนแบบเว็บที่อยู่อันดับต้น ๆ ถึงแม้จะเหมือนกันแทบทุกอย่างก็ไม่ได้
แปลว่าเราจะขยับไปอยู่ในตำแน่งที่ใกล้เคียงกันได้การทำ SEO มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ที่เราเรียกว่าเปลี่ยน algorithm

6 อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ลงมือทำเอง ไม่ว่าจะเป็นตำรา หรือสิ่งที่รับฟังมาเนื่องจาก
บางครั้งปัจจัยต่าง ๆ ก็ไม่เหมือนกัน

7 การทำ SEO ที่ดีและได้ผลต้องจ้างทำเท่านั้นนี่ก็เป็นความเชื่อที่ผิดเพียงแค่เรา
ต้องหาความรู้จากที่ต่าง ๆ และที่สำคัญต้องลองผิดลองถูกเองบางครั้งสิ่งที่เราทราบมา
ก็ไม่สามารถใช้กับเว็บเราได้หรือได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรขอเพียงมีความเพียรในการค้นหา
สิ่งที่ใช่สำหรับเว็บเรา

8 การทำ SEO ไม่จำเป็นต้องมีเงินเท่านั้นของอย่างนี้อยู่ที่การค้นหาและการเข้าถึงบวกการลงมือปฎิบัติอย่างตั้งใจ
แค่นี้เราก็สามารถทำได้แล้ว

9 แต่ในทางตรงกันข้ามใครที่คิดว่า SEO เป็นเรื่องง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้นั่นก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดอีกเช่นกัน
โดยเฉพาะน้องใหม่ไฟแรงทั้งหลายเนื่องจาก SEO ก็มีบททดสอบความอดทนของน้องใหม่ที่เรียกว่า timing
ถ้าผ่านจุดนี้มาได้ก็สบาย

10 สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำ SEO คือคุณต้องเริ่มจากใจรักก่อนเลยเป็นอันดับแรกแล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับหลาย ๆ ท่านนะคะ

เรื่องโดย….เด็กบ้านนอก

80 วิธี ในการโปรโมทเว็บ

วันนี้เรามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการทำตลาดมาฝากกันค่ะ >> ตามนี้เลยค่ะ

1. ถ้าคุณเพิ่งทำเวบใหม่สดๆเลย ก็เขียนบทความอะไรซักหน่อย แล้วไปส่งที่ Digg, Reddit, และ Now Public
2. สร้าง Yahoo Group เกี่ยวกับเรื่องของเวบเรา
3. สมัคร MySpace แล้วใช้มันช่วยโปรโมท
4. บุ๊คมาร์คเวบเราที่ Del.icio.us และถ้าคุณมีกึ๋นซักหน่อยนะ ก็ใส่ปุ่ม Del.icio.us ไว้ในเวบของคุณด้วย
5. สมัคร Technorati แล้วก็ “claim” Blog ของคุณซะ (อย่าลืมใส่ปุ่ม ไว้ที่เวบ)
6. submit เวบของคุณที่ directories ที่เป็น seach engine friendly แบบฟรีๆ ก็มีเยอะแยะ เช่น Info Vilesilencer
7. ทำแบบสำรวจ นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะโปรโมทแบบ offline (มีใครเคยทำมั้ยง่ะ – -a)
8. ไปลงโฆษณาฟรีสำหรับบริษัทของคุณที่ Gumtree
9. ใช้ RSS feeds
10. submit RSS feeds ของเราตาม FeedBurner, Squidoo, Feedboy, Jordomedia, FeedBomb, FeedCat, rssmad, feedirectory, และ Feedboy
11. เขียนบทความที่เกี่ยวกับเวบของคุณ แล้วส่งไปตาม article sites
12. สมัคร StumbleUpon แล้วเรียกเพื่อนๆมาช่วย Stumble
13. สร้างหน้า 404 ของตัวเองไว้ เผื่อว่าคนเข้ามาเจอ error ก็จะ redirect ไปที่อื่นๆที่ดีๆ
14. สร้าง 301 redirect เพื่อจะ redicrect traffic ของคุณจาก non-www มาที่ www ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่
15. ใส่ลิ้งของเวบคุณไว้ใน signature ของเวบบอร์ดที่คุณเป็นสมาชิก
16. บอกเพื่อนๆเกี่ยวกับเวบของคุณ (มันเป็นหารโฆษณาฟรีๆน่ะ)
17. ตรวจคำผิดในเวบของคุณด้วย!
18. เช็คเวบของคุณ browser หลายๆอัน
19. ซื้อโฮสต์ที่ดีพอ ไม่มีใครชอบเวบที่เป็นเต่าคลาน
20. ไม่ต้องกังวลกับ PageRank ไปหาทางโปรโมทดีกว่านะ เดี๋ยว PageRank มันก็ดีตามเอง
21. แจกของฟรี !! คนส่วนมากจะบอกต่อ เมื่อมีของฟรี
22. บอกเพื่อนบ้านของคุณ (- -a)
23. บอกวิธีที่จะติดต่อคุณให้มากที่สุด msn email yahoo skype เบอร์โทร ที่อยู่
24. ลงโฆษณากับ Craigslist มันฟรี และก็ดีใช้ได้
25. อย่าใช้ Frames
26. Submit เวบที่ DMOZ.org มันอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย แต่ก็คุ้ม
27. สร้าง Site Map ให้กับเวบของคุณ แล้วส่งให้ Google
28. ทำเสื้อขึ้นสกรีน URL เวบคุณลงไป แล้วก้ใส่มันบ่อยๆด้วย (อืม..คิดได้เนอะ – -”)
29. เอาไปให้สาวสวยหุ่นเร้าใจใส่ด้วยซักตัว *-*
30. สมัคร Affiliate program เพื่อขายสินค้าของคุณ หรือว่าถ้าคุณเป็น Publisher ก็โกยเงินกัน!!
31. ในหน้า contact ถามด้วยว่า คุณสนใจจะรับ Newsletter มั้ย
32. ส่ง Newsletter !!
33. เข้าร่วมสัมมนาคนทำเวบ คุณอาจจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็ได้
34. หา Blog ดีๆ ดังๆ แล้วก็ไปตอบคอมเม้นไว้ (ใส่ลิ้งเวบคุณด้วยล่ะ)
35. อย่าจ้างคนให้ submit search engines ให้ เสียตังค์เปล่าๆ เพราะอันที่ดังๆมีแค่ Google 50% Yahoo 25% และ MSN 10%
36. ส่งคลิบเข้าพร้อมกับชื่อเวบคุณในคลิบ ที่ YouTube กับ Google Video
37. แจกฟรี e-book แล้วเวบคุณจะเป็นที่ฮือฮา
38. แจก WordPress Theme, Blogger Theme, หรือ phpLD themes
39. ถ้าคุณขายของที่มีโฆษณาในทีวี เขียนในเวบคุณด้วยว่า “แบบที่เห็นในทีวี”
40. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีที่ไฮโซเกิน เช่น Java หรือ Active x
41. แจกของให้โหลดได้ ระวังลิขสิทธิ์ด้วย
42. เรียนรู้ CSS
43. ตอบคอมเม้น ยิ่งถ้าเป็น Blog ตอบบ่อยๆ
44. ขอให้เวบอื่น หรือ Blogger คนอื่นๆ ช่วย review เวบคุณ หรือว่า สินค้าก็ได้ (แลกกัน review ก็ดี)
45. ใช้ชื่อ page ที่มีความหมาย ไม่ใช่ www.yourdomain.com/pgInfoPages.cfm?cx=50799399822B393BBF95289295A3A10A4FD4F64E511ACB0E020C9048CFE3AEDAF8DD9D
46. ถ้าคุณจำเป็นจะต้องมี Flash ที่หน้าแรก อย่าลืมใส่ปุ่ม skip ด้วย
47. บอกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือ วารสารประจำโรงเรียนเกี่ยวกับเวบของคุณ บางทีถ้าเค้าไม่มีเรื่องจะเขียน หน้าของคุณอาจจะไปโผล่ในนั้นก็ได้
48. จงดังในหมู่คนที่เขียนเรื่องเดียวกัน
49. บริจาคเพื่อการกุศล แล้วส่วนมากเค้าจะใส่ลิ้งแบคให้คุณ
50. ปฏิบัติตามกฏของ W3C standards มันจะช่วยให้คุณอยู่รอดได้ในระยะยาว
51. ทีมกีฬาในโรงเรียน หรือในชุมชน ให้โอกาสคุณเป็น sponsors ในราคาถูกและดี
52. โปรโมทเวบตามบอร์ดต่างๆ แต่อย่าสแปม
53. ขอให้ Blogger เขียนเกี่ยวกับเวบของคุณ โดยแลกกับลิ้งแบค
54. จัดการประกวดแข่งขันขึ้นมาในเวบ
55. ใส่ปุ่ม “ส่งต่อให้เพื่อน”
56. มี site map ในเวบของคุณ เพื่อช่วยผู้เข้าชม และsearch engine
57. ตั้งชื่อที่มีคีย์เวิร์ดตรงๆ ทั้งผู้อ่านและ search engine ชอบ
58. ใส่ปุ่ม FeedBurner ในเวบด้วย คนอ่านจะได้สมัครได้ง่ายๆ
59. Adwords เป็นทางเลือกที่ดี ถ้าคุณใช้มันเป็น
60. ใส่ About Me ใน Blog ผู้อ่านจะรู้สึกว่ามี’คน’ที่กำลังสื่อสารกับเค้า
61. สร้างหน้าเวบ แบนเนอ และโลโก้ไว้บนเวบ เพื่อว่าใครจะเอาไปตีพิมพ์ หรือเอาไปแปะในเวบ
62. ใส่ลิ้งมาที่เวบคุณจาก ebay profile
63. ขอให้เพื่อนของคุณช่วยวิจารณ์เวบแบบตรงๆ
64. E-books ที่มี reseller rights เป็นของแจกที่ดีอย่างนึงสำหรับเวบคุณ
65. submit รูปที่ Flikr
66. แชร์ banner ที่ เวบแลกเปลี่ยน banner
67. ตอบอีเมลล์ของลูกค้าให้เร็ว ไม่มีใครชอบรอ 3-4 วันกว่าจะได้รับคำตอบ
68. Keep It Simple Stupid (KISS) ใช้ CSS ในการวาง layout และ html text อย่าลวดลายมาก
69. อย่าใส่รูปเยอะมากจนเกินไป จะทำให้โหลดช้า
70. ถ้าคุณคิดว่าจะ submit เยอะมากๆ สร้างเมลล์อันใหม่มาเพื่อการนี้ แล้วทิ้งมันไปซะเพื่อลดการ สแปม
71. ใส่ Favicon ให้เวบคุณ จะได้โดดเด่นเวลา Bookmark
72. เข้า Yahoo answer แล้วตอบคำถาม พร้อมกับใส่เวบของคุณเปน source
73. อย่าซื้อ traffic มันจะมาแค่วูบเดียว แล้วจากไป
74. ทำความรู้จักกับคนที่อยู่ในวงการเดียวกัน เข้า community เป็นต้น
75. เขียนบทความที่จะมีคนอยากลิ้งถึงมากๆ เช่น บทความนี้ไง
76.ใส่ลิ้งมาที่เวบคุณจาก amazon profile
77. ใส่ลิ้งมาที่เวบคุณจาก facebook profile และใช้  facebook ให้เป็นประโยชน์
78. ทำ fan page ติดเว็บของคุณ
79. ใส่ลิ้งมาที่เวบคุณจาก twitter profile และใช้  twitter ให้เป็นประโยชน์
80. อัพเดทเนื้อหา content ของคุณบ่อยๆ (bot จะชอบ)

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,136387.0.html

เรื่องโดย…เด็กบ้านนอก

Google Tool bar

เทคนิคการเพิ่มค่า PR

PageRank คืออะไร ?

PageRank หรือเรียกสั้นๆว่า PR จะเป็นการจัดลำดับความสำคัญของเว็บไซต์ โดย Google ซึ่งจะจัดเป็นลำดับคะแนน โดยมีค่าตั้งแต่ 0-10 คะแนน หากเว็บไซต์ของเรามีค่า PR ยิ่งสูงยิ่งส่งผลดีต่อการได้รับการจัดลำดับที่ดีกว่าจาก Google
อย่างไรก็ตามการที่เว็บไซต์จะมีค่า PR สูงนั้นมีปัจจัยหลายๆตัวอย่างยิ่ง กล่าวคือ เว็บไซต์นั้นๆ จะต้องมีการเยี่ยมชม เว็บไซต์ต้องมีลิงค์เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์ในหน้านั้นๆจะต้องมีบทความ คำค้น และลิ้งค์ที่ไม่เสีย โดยค่าเหล่านี้ Google จะเป็นผู้คำนวณให้อัตโนมัติ ซึ่งเราไม่อาจจะคำนวณเอง และการจัดลำดับค่าPR นั้นจะมีการอัพเดทอยู่บ่อยๆ


Google คำนวณค่า PR อย่างไร ?

วิธีการจัดลำดับ PR และการคำนวนค่า PR นั้นทางกูเกิลจะทำการคำนวนจากลิงค์ของเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมมายังเว็บไซต์เรา หรือ หน้าเพจนั้น ๆ ของเราลักษณะนี้เรียกว่า Inbound Link โดยจะคำนึงถึงคุณภาพของลิงค์ที่มาเป็นสำคัญ ยิ่งถ้าหากว่าคุณสามารถไปเชื่อมต่อลิงค์กับเว็บที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน หรือ คล้ายคลึงกันก็จะทำให้ค่า PR สูงขึ้นได้ และข้อสำคัญถ้าหากเว็บที่ทำการลิงค์มาหาเรามีค่า PR สูง ๆ ด้วยแล้วละก็เราก็จะได้ค่า PR สูงไปด้วย เรียกว่าเป็นการเพิ่มค่า PR แบบทางลัดเลยทีเดียว
การเพิ่มค่า PR นั้รเราสามารถดำเนินการได้โดยการเข้าไปขอเพิ่มลิงค์หรือ เพิ่มไดเร็คทอรี่ลิงค์ หรือ Blog Directoryมายังเว็บหรือ Blog ของเรา แต่การปรับระดับเพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้อาศัยเพียงการลิงค์อย่างเดียว เช่น อาจมี Inbound Link มาหาเรา 50 ในเดือนนี้ทำให้เรามีค่า PR3 แล้วพอเดือนหน้าเราไปทำการเพิ่มลิงค์อย่างนี้อีกประมาณ 100 Inbound Link การปรับระดับครั้งต่อไปอาจไม่ทำให้เรามีค่า PR เพิ่มจาก PR3 เป็น PR4 เสมอไป เพราะการจะอัพเกรต PR ให้สูงขึ้นในแต่ละระดับนั้นไม่ได้อาศัยปัจจัยนี้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้บวกกับประสบการณ์และเทคนิควิธีการต่าง ๆ อีกมากมายและต้องอาศัยความพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้ระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งต้องอาศัยความรู้เรื่องการจัดทำ Search Engine Optimization ที่ดีอีกประการหนึ่งด้วย


ทำอย่างไรถึงจะได้ค่า PR เพิ่มขึ้น ?

การเพิ่ม PR คงจะต้องใช้เวลาสักหน่อยวันนี้เรามีเทคนิคดีๆในการเพิ่ม PR มาแนะนำกันคะ
1. Search Engine Submission (SES) การทำการ submit เพื่อให้ Search Engines ต่างๆรู้จักกับเว็บไซต์ของเรา สำหรับบรรดา Search Engines หลักๆก็คือ Google, Msn, Yahoo, และ Search Engines อื่นๆเช่น โดยเฉพาะเจ้าพ่อแห่งวงการอย่าง Google อย่าลืมที่จะ Submit เชียวนะคะ

2. Major Directory Submission พวก Web Directory ก็มีมากมายหลายแบบหลายชนิด Directory ยอดนิยมที่ผู้คนให้ความสนใจที่สุดก็คงไม่พ้น DMOZ ซึ่งไม่รู้เป็นอะไร Submit ง่ายแต่อยู่ในระบบยาก แต่อย่าท้อกันนะคะ

3. Paid & Free Directories Submission ของฟรียังมีในโลก โดยเฉพาะ Directories มากมายที่ให้เราได้ Submit Free และแบบเสียเงิน ซึ่งสามารถที่จะแยกออกตามหัวข้อต่างๆดังนี้
Regular Link ฟรีแต่ไม่ชัวร์ว่าจะได้อยู่ในระบบไหม
Regular Link with Reciprocal อันนี้ก็ฟรีแต่ต้องลิงค์กลับให้เขาด้วย แต่มีแนวโน้มจะได้อยู่ในระบบสูงค่ะ
Featured Link ได้แน่นอนคะ เร็วและได้อยู่ในอันดับต้นๆเลย แต่ต้องเสียเงินนะค่ะ

4. Signature ลายเซ็นพิฆาต หลายๆคนคงรู้จักทิปนี้แน่นอน

5. Link Exchange แลกลิงค์กระจาย เป็นนำ Link ของเราไปแลกกะเว็บของคนอื่นๆคะ

6. BackLink for Sell ถึงเวลาต้องซื้อลิงค์ มีเว็บไซต์ทุนหนามากมาย ที่ต้องการให้เว็บไซต์ของตัวเองได้อยู่หน้าแรกหรือได้รับการจัดอันดับในอันดับต้นๆ การซื้อ Oneway Link จากเว็บไซต์ที่มีค่า PR สูงๆ ก็เป็นปัจจัยหลักๆในการสร้าง Link Popularity ได้คะ

7. Content is Everything เนื้อหาดี สาระดี ชีวิตก็ดีขึ้น แน่นอนคะ ถ้าเว็บไซต์ของเราเนื้อหาดีมีข่าวสารน่าติดตาม ข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชม รับรองว่ารุ่งชัวร์คะ

8. Articles Submission บทความ เสริมสร้างบารมี ถูกต้องแล้วค่ะบทความดีๆ บางทีสามารถที่จะทำให้จำนวนผู้เยี่ยมชมสู่เว็บเรามีมากมายถล่มถลายกันเลยที่เดียวเชียวคะ

9. PPC Pay Per Click คลิกแล้วจ่าย(ได้คุ้มเสีย) เจ้า PPC หรือ Pay Per Click เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้ใน SEM ข้อดีของมันก็คือเราสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ที่เราต้องการให้เข้าชมเว็บของเราได้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น

10. Email Marketing โปรโมต เว็บผ่านอีเมลย์ เป็นวิธีที่ได้ผลพอสมควรถ้าให้ดีควรทำแบบที่ไม่เข้า ข่าย Spam นะคะ เช่น เมลล์ไปแนะนำเว็บไซต์ใหม่ที่เราทำกับ Contact List เพื่อนๆหรือคนรู้จักของเราเท่านั้น ไม่ใช่เชิงพานิชย์ขายสินค้านะคะแต่เป็นเชิงให้ข้อมูลข่าวสารค่ะ